จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

RORMYEN.BLOGSPOT.COM

RORMYEN.BLOGSPOT.COM

วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

เพื่อสุขภาพที่ดี เพื่อชีวีแข็งแรงอย่างยืนยาวด้วยความรู้ของตัวเอง

ในร่างกายของมนุษย์ ช่างมหัศจรรย์ยิ่ง จะมีข้อมูล DNA ของพืชและสัตว์ทุกชนิดอยู่
มีการผสมผสานกันอย่างลงตัว จึงเป็นเหตุให้มนุษย์เป็นสัตว์ที่ประเสริฐ มีพลังความคิดที่
สูงส่งมีจิตวิญญาณที่สูงส่งเมื่อได้รับการพัฒนาที่ถูกต้อง
แต่เป็นที่น่าสังเกตุวิญญาณสัตว์ชั้นต่ำอยู่ในร่างของคน ประเภทที่มีกิเลสหนา ตัณหาหนัก
ชอบทำตามความอยากของตน ควบคุมตนเองไม่ได้
ดูได้จากผู้ที่ไม่สามรถควบคุมตนเองได้ ทำในสิ่งที่ต่ำๆได้
โดยความเป็นมนุษย์แล้วไม่น่าจะทำได้















*** รวมสาระความรู้เพื่อสุขภาพ ***
การออกกำลังกายแบบเต้นแอร์โรบิคทำให้อากาศให้หมุนเวียนในร่างกาย
ได้ดี การออกกำลังแบบ เล่นอุปกรณ์ยกน้ำหนัก จะช่วยลดความอ้วนสลาย
ไขมันได้ดี เปลี่ยนไขมันเป็นกล้ามเนื้อ การออกกำลังการแบบยืดหยุ่น
มีการกำหนดรู้การเคลื่อนไหวของร่างกาย เช่นชี่กง โยคะทำให้ฮอร์โมนรักษาสุขภาพหลั่งได้ดี สารฟูคากอน: ได้จากโปรตีนมีส่วนทำให้ร่างกายแข็งแรง โกรสฮอร์โมนจะหลั่งออกมาก็ต่อเมื่อมี ฟูคากอน โกรสฮอโมนจะนำสารโปรตีนไปเลี้ยงเซลการกินวิตามิน Bให้ถูกต้อง: วิตามินB1,2,3,6,12,เหล่านี้ควรกินตอนเช้าร่างกายจะนำไปใช้ประโยชน์ได้สูงสุดส่วนวิตามินบีรวมหรือบีคอมแพล็กควรกินในตอนเย็นน้ำมันปลา+เห็ดหลินจือช่วยบำรุงไตได้อย่างดีเยี่ยม วิตามินB3 ช่วยขยายหลอดเลือดได้อย่างดี วิตามิน B2 ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงจำเป็นต้องกินเป็นประจำโกรสฮอร์โมน: คือพลังชีวิตเป็นสารสื่อการทำงานเหมือนกับบุรุษไปรษณีย์นำข่าวสารจากผู้ส่งไปให้ผู้รับจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ถ้ามีการปรับฮอร์โมนให้มดุลจะสามารถอยู่เป็นหนุ่มเป็นสาวได้ยาวนาน จุดสำคัญแหล่งกำเนิดฮอร์โมน ได้แก่ ฮอร์โมนเพศ ,ต่อมหมวกไต ,ต่อมใต่สมอง,ถ้ามีการปรับให้สมดุลหรือเสริมให้มีพลัง จะทำให้ฮอร์โมนที่ดีออกมามาก การที่ฮอโมนที่ดีออกมากจะต้องมีอารมณ์ จิตใจดี กินอาหารที่มีสารอาหารทีเป็นประโยชน์สูงๆ กินผักพื้นบ้านมากๆเพราะมีสารอาหารสูง กินผลไม้มากๆหลายชนิด ลดการกินหวาน, มัน, เค็ม, แบบจัดๆ ลดการกินน้ำมันที่ผ่านความร้อนสูงๆ ลดการกินสัตว์ที่มีเท้าทั้งหลายเพราะทำให้ย่อยยาก และตกค้างอยู่ในร่างกายนาน เกิดเป็นพิษขึ้นในร่างการได้ง่ายมีส่วนทำให้เชื้อแบคทีเรียตัวร้ายเจริญเติบโตได้ดี
ถ้ากินเนื้อสัตว์เป็นจำนวนมาก ช่วงที่เรามีการหลับสนิท หลับลึก หลับเป็นตาย
หลับไม่ฝัน รูม่านตาจะหดตัวเล็ก เท่าปลายเข็ม จะเป็นช่วงที่โกรสฮอร์โมนหลั่ง
ออกมามากก่อนนอนถ้ามีการกินอาหารจำพวกแป้ง หรือกินข้าวมากๆจะทำให้
จะทำให้ร่างกายขับอินซูลินออกมามาก จะไปกีดกันไม่ให้ร่างกายหลั่ง
โกรสฮอร์โมนออกมา ถ้าต้องการให้โกรสฮอร์โมนหลั่งออกมาได้ดี ต้องกิน
คอลาเจนและสารโปรตีน เข้าไปกระตุ้น
สารอาจีนีน: จะกระตุ้นโกรสฮอร์โมนออกมาได้อย่างมากสารอาจีนีนจะมีอยู่มาก
ในหอยนางรมสกัดซึ่งมีสารโปรตีนเข้มข้นสูง การออกกำลังกายให้ตรงเวลา
ทุกๆวัน ร่างกายจะหลั่งโกรสฮอร์โมนออกมาได้ดีมาก ออกกำลังกายต้องทำให้
ติดต่อกัน ไม่ต่ำกว่า 30 นาทีต่อเนื่องให้ถึงจุดพีค (จุดพีคคือ จุดที่ออกกำลังกาย
แล้วรู้สึกว่าเหนื่อยพอสมควร ) เมื่อออกกำลังถึงจุดพีคช่วงนี้แหละร่างกายจะหลั่ง
โกรสฮอร์โมนออกมามาก หลักการก็คือนอนให้ถูกให้หลับได้สนิทจริง กินให้ถูก
กินสารโปรตีนให้มาก ออกกำลังกายให้ถูก และอดให้เป็นจะเป็นการสร้างสภาวะ
ที่เหมาะสม ร่างกายจะมีความสมดุล ร่างกายก็จะหลั่งโกสฮอร์โมนออกมามากอย่างพอเพียง คลื่นที่เกี่ยวข้องกับชีวิต: คลื่นอัลฟ่าเวฟมีความถี่ 7-14 Cph(ไซเคิลเพอร์อาวเออร์)จะได้มาจากการทำสมาธิ จิตนิ่งๆ คลืนเบต้าเวฟมีความถี่ 14-24 Cph.โดยทั่วๆไป ผู้คนจะคุ้นเคยอยู่กับ คลื่นเบต้าเวฟและ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่อุปกรณ์เครื่องใช้สมัยใหม่ปล่อยออกมาเช่น โทรศัพท์มือถือ, เครื่องส่งวิทยุกระจายเสียง,
เสาแม่ข่ายโทรศัพท์มือถือ, หลอดไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์, แนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูง
คนที่เจ็บหนักก่อนที่จะเซกู๊ดบายลาไปตาย : ร่างกายก็จะปรับสมดุลในตัวเอง
โดยทำให้ไม่อยากกินอะไร จิตจะนิ่งมาก มีสมาธิสูง ร่างกายก็จะหลั่งโกรสฮอร์โมน
ออกมาอย่างมากมายเป็นช่วงที่จิตมีศรัทธา อย่างแรงกล้าอย่างแน่วแน่สูงมากๆ
เป็นช่วงที่ร่างกายสร้างและดึงพลังในตัวเอง มารักษาตัวเองได้ดีที่สุดมากที่สุด
การสวดมนต์ดังๆ : จะทำให้อิเล็กตรอนที่เคลื่อนที่อยู่รอบอตอมของเซลจะเคลื่อน
ไปในทิศทางเดียวกันอย่างมีระเบียบ มีส่วนช่วยให้มีพลังชีวิต มีสติมีสมาธิดี
ทำงาน ต้องไม่ผิดพลาด ความจำดี สมองดี สำหรับสารอาหารที่มีคุณค่ากับ
ร่างกายสูงอีกอย่าง คือสารกาบ้าช่วยให้คลายเครียดได้อย่างดี แก้วิตกกังวล
แก้หงุดหงิด จะมีอยู่มากในข้าวกล้องงอกที่พอออกหน่อตุบๆ
ฮอร์โมนทำงาน: จะทำงานภายใต้อิทธิพลของจิตใจ เมื่อปรับฮอร์โมนให้สมดุลย์
จะรู้สึกสดชื่นกระปรี่กระเปร่า แม้จะมีอายุมากแล้วก็ตาม คนที่กินอาหารที่ไม่ค่อย
มีคุณค่า มีความเครียดมาก เมื่ออายุมากขึ้นฮอร์โมนก็จะลดลงมากแห้งเหี่ยว
รังนกมีคอลาเจนอยู่อย่างมากมาย ช่วยกระตุ้นโกรสฮอร์โมนได้เป็นอย่างดี
โกรสฮอร์โมนจะมาจาก 2แหล่งคือ จากต่อมใต้สมองจากต่อมหมวกใต
BGAเป็นแม่ของฮอร์โมน: ถ้ามีโกรสฮอร์โมนมาก ภูมิต้านทานจะดีร่างกายแข็ง
แรงไม่ค่อยเป็นโรค โกรสฮอร์โมนเป็นยาอายุวัฒนะที่พระเจ้าให้มาใครมีโกรสฮอร์โมนมาก อายุจะลดลงได้ถึง 20 ปีดูเป็นหนุ่มสาวเพิ่มมากขึ้น จังหวะที่หลับลึกหลับสนิทร่างกายจะหลั่งโกรสฮอร์โมนออกมาก การกระตุ้นโกรสฮอร์โมนออกกำลังกายไม่ต่ำกว่า 30 นาทีต่อเนื่องกัน หลับให้สนิทหลับให้ลึก ช่วงเวลาหลังเที่ยงคืนถึง
ตี 5 เป็นช่วงเวลาที่ร่างกายหลั่งโกรสฮอร์โมนออกมา เวลานี้จำเป็นต้องพักผ่อน
สารอาจีนีนก็เป็นตัวกระตุ้นโกสฮอร์โมน มีมากในน้ำมันจมูกข้าว ในถั่วเหลือง


สารสกัดหอยนางรม ซีจาโทนินคอติโซนสารเครียด: เป็นศรัตรูของโกรสฮอร์โมนจะออกมามากช่วงที่ทำงานแบบฝืนมากเกินไป มีความเครียดมากเกินไป สารโคแฟ็กเตอร์: มีมากในแร่ธาตุแคลเซี่ยม,แม็กนีเซี่ยม, โปแตสเซี่ยม,
และมีมากในน้ำคั้นผักต่างๆ น้ำคั้นใบย่านางสารโคเอ็นไซม์: จะมีอยู่มากในวิตามินต่างๆ วิตามินB6, B3 ,E ,C แพนโทเทนิกน้ำปัสสาวะเอาส่วนกลาง: ดื่มก่อนนอนให้ได้ครั้งละ 150 ซีซี และตอนเช้ามืด ช่วงเวลาตี 4-6โมงเช้า ช่วยกระตุ้นโกรสฮอร์โมนได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยทำให้ผิวหน้าสดใสเลือดฝาดดี สารภูมิต้านทานอยู่สูงแก้ภูมิแพ้ต่างๆได้ดีเบต้าแคโรทีน: เป็นสารตั้งต้นของวิตามินA มีหน้าทีสำคัญคือไปเพิ่มความแข็งแรงให้ระบบภูมคุ้มกัน การรับประทานเบต้าแคโรทีนขนาดที่เหมาะสมที่สุด เพื่อรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ต้องกินให้ได้ไม่ต่ำกว่า15 มิลลิกรัม ถ้าต้องการรักษาโรคต้องเพิ่มให้มากกว่านี้ขนาดของการรับประทานวิตามิน A เพื่อรักาสุขภาพให้แข็งแรง
จะต้องกินให้ได้ไม่ต่ำกว่า 5,000iu.(ยูนิต)จะเทียบเท่ากับเบต้าแคโรทีน3 มิลลิกรัมถ้าต้องการรักษาโรค ต้องกินให้มากกว่านี้..........................................
เมื่อปัสสาวะแล้วมีฟองมาก : แสดงว่าโปรตีนรั่วเป็นอาการเริ่มแรกของไตวาย จะต้อง
กินเห็ดหลินจือ+น้ำมันปลาและน้ำลูกยอ ช่วยบำรุงและรักษาโรคไตได้เป็นอย่างดี
ถ้ากินอาหารที่เป็นแป้งคาบอไฮเดรดมาก ร่างการจะขับแคลเซี่ยมทิ้งทำให้ขาดแคลเซี่ยมได้
กินงาดำมากๆจะได้รับแคลเซี่ยมมาก กินงา 100กรัม จะไดรับแคลเซี่ยมถึง1,452มิลลิกรัมสารสกัดถั่วเหลืองโปรตีนเข้มข้น : มีฮอร์โมนผู้หญิงมากไม่ควรกินนานๆ
การขาดวิตามิน Bร่างกายจะเผาผลาญอาหารได้ไม่เต็มที่จะเกิดเป็นนิ่วได้ง่าย นิ่วมีอยู่2ชนิด
คือแบบที่เอ็กซ์เรเห็นและแบบที่เอ็กซ์เรไม่เห็น นิ่วเกิดจากมียูริคในร่างกายมากเกิน
เม็กนีเซี่ยมมีมากในผักใบเขียว และซิเตรดมีมากในมะนาวช่วยยับยั้งการเกิดนิ่วได้เป็นอย่างดี
สัปรด,ฟักทอง,หัวหอม,น้ำมะนาวคั้น,กระเจี๊ยบแดง, ป้องกันและสลายนิ่วได้ดี
ปัสสาวะเป็นกรดมากเกินจะเป็นนิ่วได้ง่าย วิตามินB6คือเม็กนีเซี่ยมป้องกันการเกิดนิ่ว

คลอโรฟินสารสีเขียว ในใบพืชเมื่อเข้าไปในร่างกายก็จะเปลี่ยนเป็นเลือดสีแดง ถ้ากินมมากๆ
เลือดก็จะสมบูรณ์ดี เส้นเลือดในร่างกายถ้านำต่อๆกันจะยาวถึง 6หมื่นกิโลเมตร
วิตามินK ป้องกันกระดูกเสื่อมได้ดีมาก: วิตามินเคมีมากในจุลินทรีย์สุขภาพ ในผักใบเขียว
ผักและผลไม้ต้องกินให้ได้ไม่ต่ำกว่า 0.5กิโลกรัมต่อวัน ถึงจะดีต่อร่างกาย

1.ยาแก้โรคไต:ให้นำไหมที่ปลายฝักข้าวโพด ประมาณ 20กำ
มือมาต้มแล้วเอาน้ำมาดื่ม ช่วยแก้โรคไตรักษาไตได้เป็นอย่างดี

2. ขจัดพิษต่างๆออกจากร่างกาย และรักษาได้สาระพัดโรค:
ใช้หลักการ Oil puling ให้อมน้ำมันมะพร้าวที่ได้จากการสกัด
เย็นประมาณ 2ช้อนโต๊ะ ให้อมกลั้วคอหลังตื่นนอนตอนเช้า
20นาที น้ำมันมะพร้าวจะไปดูดซับพิษต่างๆในร่างกายออกมา
ช่วยเสริมสร้างให้ภูมิต้านทานในร่างกาย แข็งแรงมากยิ่งขึ้น
ทำให้โรคที่เป็นอยู่หายไป เพราะระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง


(น้ำมันมะพร้าวสะกัดเย็นคือการทำน้ำมันมะพร้าวโดยใช้ความร้อน
ให้น้อยที่สุด ในการเอาน้ำออกจากน้ำมัน โดยใช้น้ำอุ่นมา
คั้นกะทิพอได้กะทิเข้มข้นแล้วนำไปตากแดด พอน้ำมันลอยขึ้น
มาด้านบนแล้วค่อยๆตักออก หรือคั้นกะทิด้วยน้ำอุ่นแล้วทิ้งไว้
1 คืน เช้าขึ้นมาค่อยๆตักน้ำมันออก ก็จะได้น้ำมันมะพร้าวที่ใส)


3.ยาแก้โรคเก๊า. ถ้ามีอาการปวดเข่ามากๆ จากโรคเก๊า ให้ยอมาตำให้แหลกนำใบ



(ต้องเป็นใบยอชนิดลูกใหญ่) เอามาโป๊ะที่หัวเข่าอาการปวดก็จะหาย ใช้ได้ดี



4.ยาแก้ตะขาบกัด: ให้นำกระดาษมาเผาไฟ แล้วเอาขี้เถ้ากระดาษผสมกับ



น้ำมันพืชเล็กน้อยพอเปียกๆ แล้วนำมาโปะที่แผลตะขาบ



อาการเจ็บปวดก็จะหายไปอย่างรวดเร็ว



5.แก้ความดันโลหิตสูง:ให้นำใบกระเพราแดงกะพอประมาณ



ต้มแล้วเอาน้ำมาดื่มแก้ความดันได้



6.ยาแก้คนที่ถูกวางยาพิษ: ให้เอาใส้เดือนมาพอประมาณ ย่างไฟให้เกรียมบดเป็นผงแล้วผสมกับน้ำมะพร้าวประมาณหนึ่งแก้ว ให้คนที่ถูกวางยาพิษกิน ก็จะหายได้ไม่ตาย



7.ยาใส่แผลสดแผลเปื่อย: ที่ใช้ได้ผลดีมากให้นำวุ้นที่เมือกๆของว่านหางจรเข้ แผลที่เป็นจะหายในเวลาที่ไม่นาน สำหรับแผลสดที่มีเลือดไหลถ้าเอาวุ้นของว่านหางจรเข้มาป้ายทาที่แผล เลือดจะหยุดไหลทันที




8.ยาแก้อาการวิงเวียนมืดหน้าตาลาย:เอาพริกไทยอย่างเดียวมาบดให้ละเอียดแล้วนำมาผสมกับน้ำผึ้งรวงน้ำผึ้งแท้ ผสมเพียงเล็กน้อยปั้นเป็นลูกกลอนเท่าปลายนิ้วก้อยกินวันละ8เม็ด



9.การทำน้ำลูกยอหมักเพื่อสุขภาพ: ให้นำผลลูกยอชนิดลูกใหญ่ เอาที่สุกดีแล้วมาล้างให้สะอาดตั้งไว้ให้เสด็ดน้ำ เอาทั้งลูกห้ามฝานมาใส่ในโหล ลูกยอ 3กก.ผสมกับน้ำตาลแดง 1กก.เติมน้ำสะอาดให้น้อยที่สุดพอน้ำตาลละลาย หมักไว้หนึ่งเดือนคนบ้างอาทิตย์ละครั้ง เมื่อผ่าน1เดือนไปแล้ว เอาน้ำลูกยอที่ได้ผสมกับน้ำสะอาดรับประทาน



เป็นสุดยอดยาบำรุงกำลัง



10. ยาแก้เม็ดผดผื่นที่ขึ้นตามตัวเด็ก ให้นำใบมะขามแก่ทั้งกิ่งก้าน มาพอประมาณเอามาต้ม แล้วเอาไปทาตัวเด็กอ่อน ตรงที่เป็นเม็ดผดผื่น อาการก็จะหายไปใช้ได้ดีมาก



11.ยาแก้ไข้ทับระดู(เป็นไข้ช่วงที่มีประจำเดือน) ให้เอาทับมะพร้าวจำนวน 3ทับ



(ทับมะพร้าวคือส่วนที่อยู่บนหัวของลูกมะพร้าวที่มีหางยาวประมาณคืบ)



มาต้มใส่น้ำพอประมาณต้มให้เดือดสักพักใหญ่ แล้วเอาน้ำมากินครั้งละแก้ว



กินเพียงแก้วแรกอาการไข้ก็จะหายไปอย่างรวดเร็ว



โรคนี้ถ้ารักษาไม่ถูกต้องผู้ที่เป็นจะเสียชีวิตได้ง่าย



12.ยาแก้แผลเป็น: เอปูนแดงที่กินกับหมากมาเผาไฟให้สุก แล้วนำมาผสมกับน้ำมัน



มะพร้าวใหม่ ผสมพอเป็นครีมแล้วเอามาทาที่แผลเป็น รอยด่างของแผลจะหาย



13.ยาแก้หวัดอย่างดี: เอาใบมะขามแก่มาพอประมาณกับหอมแดงพอประมาณ



นำมาต้มแล้วเอาน้ำดื่ม อาการหวัดก็จะหายอย่างรวดเร็ว



14.ยาแก้ท้องเสียอย่างดี: เอาเปลือกมังคุดมาครึ่งผลใส่น้ำพอเหมาะสม



ต้มให้เดือดเอาน้ำมาดื่มครั้งละ 1 ช้อนชา ดื่มไม่นานอาการก็จะหายเป็นปกติ



15.ยาแก้นอนไม่หลับ: นำยอดขี้เหล็กมา 1 กำมือดองกับเหล้าขาวไว้ 7 วัน



พอครบ7วันแล้ว นำมาดื่มช่วยให้นอนหลับสะบาย ช่วยเจริญอาหารได้ดี



16.ยาแก้แผลเปื่อยเรื้อรังอย่างดี: ให้เอาปูนแดงที่กินกับหมาก ผสมกับน้ำมันปลาที่มี



ขายตามท้องตลาด ผสมพอเป็นครีมแล้วนำมาทาที่แผล อาการจะหายอย่างเร็ว



17.ยาล้างเส้นเลือด กำจัดไขมันในเส้นเลือด: ให้เอากระเทียมมา300 กรัม(3ขีด)



นำมาตำให้แหลกแล้วผสมกับน้ำมะนาว 13ผล หมักไว้ 24วัน เมื่อครบตามกำหนด



เอาน้ำมาดื่มครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ รับประทานแล้วทำให้เลือดลมไหลเวียนดี ความดันลด



18.ยาแก้งูพิษกัด: เอาใบโหระพามา 1 กำมือตำให้แหลกแล้วผสมกับเหล้าขาว




เล็กน้อย ปั้นเอาน้ำกินส่วนกากใช้ทาแล้วโปะไว้ที่แผลงูกัด อาการจะหายอย่างเร็ว


19ยาแก้งูพิษกัด: ให้เอาลูกน้อยหน่าที่แห้งติดกับต้น 1 ลูก


มาฝนกับหินหยาบใช้เหล้าขาวผสมพอเป็นครีม แล้วนำมาทาที่แผลงูกัด


20.ยาแก้ไออย่างดี: เอาน้ำมะกรูดมา 1 ผล เกลือครึ่งช้อนชา น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา


ยาลม 1 ช้อนชา(ยาแผนโบราณ) นำมาผสมให้เข้ากัน จิบบ่อยๆแก้ไอ ดีนักแล


21.ยาแก้เนื้องอกซีส: เอาใบย่านางมา 20 ใบ ใบเตยหอม 1ใบนำมาฝาน


แล้วตำให้ละเอียด หรือปั่นกับเครื่องปั่นน้ำผลไม้ห่อผ้าขาวที่สะอาด


คั้นเอาน้ำมาดื่มทุกวัน ไม่นานอาการก็จะหาย...


22.วิตามินซี: มีเยอะมากในมะขามป้อม ส้ม10ลูกมีวิตามินซีน้อยกว่ามะขามป้อม


1 ลูก กินมะขามป้อมวันละ 4-5ลูก ร่างกายก็จะได้รับวิตามินซีอย่างพอเพียง


23.ยาแก้อาการปวดหัวเข่าอย่างดี: เอาพริกไทยมานับเม็ดเท่ากับอายุแล้วตำให้ละ


เอียดแล้วตักกินให้หมด กินน้ำมะพร้าวอ่อนตามหนึ่งลูกโดยกินให้หมด


แล้วกินเนื้อมะพร้าวให้หมดด้วย ทำกินวันละครั้งกินติดต่อกัน10 วัน


อาการปวดเข่าก็จะหายไปอย่างน่าแปลกใจ...


24.ทำให้ฟันแข็งแรงทนทานไม่โยกคลอน: ให้อมเกลือทุกเช้าก่อนแปรงฟันอมอยู่


ประมาน 2-5 นาที แล้วฟันก็จะแข็งแรงทนทาน...


25.ยากระตุ้นเพศทำให้อวัยวะเพศท่านชายแข็งได้ทนนาน:


ให้นำหัวกระชายมาสัก 1ขีด(100กรัม) ตำให้พอแหลกแล้วใส่ในขวดโหล


ดองกับเหล้าขาว 1ขวด ดองไว้ 7วันกินเพียงไม่กี่ครั้งก็เห็นผล...


26.แก้เบาหวานด้วยการกิน: โรคเบาหวานสามารถแก้ได้ด้วยการกินผัก 5 ชนิด


ใน1วัน กินผลไม้ไม่หวาน 2ชนิดขึ้นไปต่อวัน ไม่กินอาหารแป้งอย่างอื่นกินแต่ข้าว


กล้อง ผักและผลไม้ที่กิน หามากินอย่าให้ซ้ำกัน ให้ผ่าน3 วันขึ้นไปค่อยมากินซ้ำ..


27.ประโยชน์ของส้มโอ: ใบส้มโอนำมาตำให้ละเอียดโปะแก้ปวดข้อ ,ปวดเข่า


ใบส้มโอ 5-10 ใบ ต้มเอาน้ำมาดื่มแก้อาการปวดท้องได้อย่างดี


รากส้มโอ กะพอประมาณต้มเอาน้ำมาดื่มแก้หวัดได้อย่างดี หวัดจะหายอย่างรวดเร็ว


28.แก้ริดสีดวง: นำใบต้นเทียน(ไม้ประดับ) กะพอประมาณ ตำให้แหลกแล้วเอา


มาโปะที่หัวริดสีดวง แล้วปิดทับด้วยผ้าอนามัย ไม่นานอาการก็จะดีขึ้น...


29ยาแก้มะเร็ง: นำถั่วเขียวกะพอประมาณต้มแล้วได้สัก 1ถ้วยพอกินหมด


ต้มให้เปื่อยต้มถั่วเขียวกับน้ำเท่านั้นห้ามใส่อย่างอื่นกิน 1ถ้วยตอนเช้าทุกเช้า


กินไปสักระยะหนึ่ง เซลมะเร็งจะลดลง ตามด้วยการกินน้ำคั้นใบย่านางซึ่งมีวิตามิน


A.สูงมาก จะทำให้เซลมะเร็งลดลงอย่างเร็ว (มะเร็งชอบร้อนต้องกินของเย็นแก้)


30.ยาแก้มะเร็ง2: ให้เพาะต้นข้าวในกะบะหลายๆกะบะ พอต้นข้าวขึ้นสูงไม่เกิน


3เซ็นติเมตร ถอนมาล้างน้ำให้สะอาด แล้วปั่นกรองเอาน้ำมาดื่ม ต้องดื่มช่วงที่ท้อง


ว่าง ดื่มวันละสามครั้ง ก็จะลดเซลมะเร็งได้อย่างรวดเร็ว


(หมายเหตุ: ต้นข้าวที่ใช้ได้ดีต้องสูงไม่เกิน 3เซ็น ซึ่งมีสารที่มีประโยชน์อยู่มาก)


31.ยาแก้ปวดเข่าอย่างดี: เอาเม็ดพริกไทยดำ นับจำนวนเม็ดเท่ากับอายุ ตำให้ละเอียดแล้วตักกินให้หมด


กินมะพร้าวอ่อนตาม 1ลูก เลือกลูกที่ไม่ใหญ่มากนักกินให้หมดในครั้งเดียว *ในน้ำมะพร้าวมีแคลเซี่ยมอยู่


เป็นจำนวนมาก เมื่อรวมกับพริกไทยแล้ว จะบำรุงกระดูกได้เป็นอย่างดี


32.ยาแก้โรคเบาหวาน: เอาน้ำผึ้งแท้น้ำผึ้งป่ามา 3 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ


ดื่มช่วงที่ท้องว่างวันละ 1 ครั้ง จะช่วยลดน้ำตาลในเลือด ลดการเน่าเปื่อย


ของแผลได้เป็นอย่างดี น้ำผึ้งแม้จะมีความหวานอยู่มากไม่ต้องกลัวว่าน้ำตาลจะเพิ่ม


เมื่อน้ำผึ้งผสมกับน้ำมะนาวก็จะกลายเป็นสารที่มีประโยชน์ช่วยลดน้ำตาลในเลือด


ได้เป็นอย่างดี และหาเถาบรเพ็ตที่ขมๆ มากินบ่อยๆทนกินไปเรื่อยกินเท่าที่กินได้


สารที่ขมๆในบรเพ็ตจะไปช่วยบำรุงตับให้แข็งแรง เมื่อตับแข็งแรงก็สามารถย่อยน้ำตาล


ได้ดีขึ้น น้ำตาลในเลือดก็จะลดลงไปเอง สามรถใช้เครื่องวัดน้ำตาลในเลือดพิสูจน์


ทดสอบได้ การที่มีน้ำตาลล้นเกินในเลือดก็เพราะว่าตับและตับอ่อน เสื่อมสภาพตับทำงาน


ไม่ปกติ ไม่สามรถย่อยน้ำตาลให้เป็นสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายได้น้ำเลยมาอยู่ใน


กระแสเลือด การรักษาโรคเบาหวานให้ได้ผลดีเพื่อให้หายขาด จะต้องมีวินัย


ในการกินอย่างจริงจังต้องเลิกกินข้าวขาวอย่างเด็ดขาดหันมา


กินข้าวกล้องที่มีสารอาหารสูงกินเพียงน้อยๆ กินกับปลาต้ม ปลานึ่งและกินผักที่ปลอดสารพิษ


ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ให้หาผักมากินไม่ต่ำกว่า 5 ชนิดต่อวัน เลิกกินสัตว์ที่มีเท้าโดย


เด็ดขาด หมู,ไก่,วัว,แพะ,แกะ,สัตว์ป่าทั้งหลายเลิกกินพืชที่มีหัวโดยเด็ดขาด


เช่น หัวมันทุกชนิด,หัวแครอท,หัวผักกาด,มันแกวต้องเลิกกินอย่างเด็ดขาด


หาผักพื้นบ้านมากินบ่อยๆ ทำน้ำใบย่านาง,น้ำใบตำลึงกินบ่อยๆ


(ใบย่านาง, ใบบัวบก, ใบตำลึงแก่ๆนำมาผสมกัน ตำแล้วกรองเอาน้ำดื่มมีประโยชน์มาก)



33.ยาขจัดสารพิษออจากร่างกาย: ให้เอาดอกอัญชัญมา 100ดอก ต้มใส่น้ำ 3 ส่วน



ต้มให้เหลือ2 ส่วนแล้วเอาน้ำมาดื่ม จะช่วยกำจัดสารพิออกจากร่างกาย ได้ดีนัก



34.ยาระงับการขยายตัวของเนื้องอกเนื้อร้าย: ให้เอาใบตำลึงแก่ๆมาพอประมาณ



ตำให้แหลกแล้ว กรองด้วยผ้าขาวสะอาด ให้ได้น้ำสัก 150ซีซีประมาณค่อนแก้วผสมด้วยน้ำผึ้งป่าผึ้งแท้ 100%

35.ขมิ้นชันแคปซูล: ช่วยทำลายจุลินทรีย์ตัวร้ายในลำใส้ได้ จะช่วยยับยั้บการทำงาน

ของจุลินทรีย์ลดการขยายตังของจุลินทรีตัวร้ายได้เป็นอย่างดี



36.สมุนไพรเสลดพังพอนตัวเมียใบสด: เอามา 4-5 ใบเคี้ยวๆแล้วอมไว้ ช่วยฆ่าเชื้อ



ในลำคอได้เป็นอย่างดี ช่วยขจัดกลิ่นปากลดการอักเสบในปาก แก้ภูมิแพ้ได้ดี



37.ช่วยขจัดพิษต่างๆออกจากร่างการ: ให้เอามะนาว 1ในสี่ของผล บีบใส่ลงในน้ำ 1แก้ว



กินตอนเช้า ก่อนที่จะกินอาหารใดๆ ช่วยทำให้ร่างกายภายในสะอาด สุขภาพจะแข็งแรง



38.ยาบำรุงสมอง : ใช้งาผง 1 ส่วนกับผงมะขามป้อม 1 ส่วนก่อนรับประทานให้ผสม



น้ำผึ้ง 2ช้อนชา กินวันละครั้งก่อนนอนเป็นยาบำรุงสมองอย่างดีมาก (ตำราอินเดีย)



39.ยาแก้ท้องผูก : งาคั่วพอเหลืองหอมดีแล้ว ใส่เกลือป่นเล็กน้อย นำมาโรยบนข้าว



งาคั่วประมาณ 3ช้อนโต๊ะ ช่วยให้ระบบขับถ่ายสะดวกดี



40.แก้ปวดประจำเดือนในหญิงสาวโสด: คนที่ไม่ค่อยมีเลือดฝาด(แก้มไม่ค่อยแดง)

มักจะปวดประจำเดือน ประจำเดือนมีน้อย ให้กินงาผงวันละ 2ครั้ง ครั้งละครึ่งช้อนชา

ให้กินเป็นประจำ จะช่วยแก้อาการปวดประจำเดือนได้ดี



41.คัดจมูกบ่อยแพ้อากาศ: ให้เอางาป่น 2ช้อนโต๊ะพูนๆ คลุกข้าวหนึ่งจานกินหรือ



ผสมน้ำเต้าหู้ก็ได้ กินเฉพาะช่วงเวลาเช้า กินไปสัก 3 วัน จะหายใจได้โล่งขึ้น



42.แก้เหน็บชา: ถ้าเป็นมือเท้าชามากหยิกไม่เจ็บ ใช้เมล็ดงา 1ลิตร รำปลายข้าวสาร



1 ลิตร กระเทียม 1กำมือนำมาหั่นบางๆ เอาทั้ง 3 อย่างมาคั่วให่สุก บดเป็นผงผสม



น้ำผึ้ง หรือน้ำตาลแดง กินต่างขนมกินไปเรื่อยๆจนกว่าจะหาย ภายใน1เดือนอาการ



ที่เป็นเหน็บชาลดลงมาก รู้สึกว่าดีขึ้น



43.แก้อ่อนเพลีย: ให้กินงาคั่วป่น 2 ช้อนโตะผสมข้ากินเฉพะเวลาเช้า กินไปสัก 3 อาทิตย์

อาการจะดีขึ้นมาก เดินเหินกระชุ่มกระชวยขึ้น

44. ยาแก้โรคอย่างดี : ให้เอากระชายมา ครึ่งกิโลกรัม เอาใบโหระพามาพอเหมาะสม

สับๆ แล้วเอาใส่โถปั่น ปั่นให้ละเอียดแล้วกรองด้วยผ้าขาวคั้นน้ำไว้ดื่ม.

45. วิตามินซีแบบเข้มข้น : ให้นำผลมะขามป้อมมา 1 กก.ตำให้แหลกหรือใส่เครื่องปั่น

ให้แหลก แล้วผสมกับน้ำตาลแดง 3ขีด (300กรัม) หมักไว้ 10 วันแล้วรับประทานได้เรื่อย

(มะขามป้อม 1 ผลมีวิตามินซีถึง 100มิลลิกรัม)

*วิตามิน ซี มีความจำเป็นอย่างมากต่อร่างกาย ร่างกายจะขับวิตามินซีออกทุกๆ 3ชั่วโมง

คนที่เป็นมะเร็งจะต้องกินวิตามินซีวันละไม่ต่ำกว่า 10,000มิลิกรัม(10เม็ดขึ้นไป) คนที่ชอบ

กินหวาน กินหวานแบบเข้มๆ จะเป็นมะเร็งได้ง่าย.

46.สุดยอดยาบำรุงกำลัง : ให้เอาหัวของถั่งพู มา 1กก.นำมาฝานๆแล้วใส่เครื่องปั่นๆให้

ละเอียด ผสมกับน้ำตาลแดง 3ขีด(300กรัม) หมักใส่โหลแก้วไว้ 10 วันก็นำมารับประทานได้.

47.ยาแก้ปวดกล้ามเนื้อแก้ปวดเส้นเอ็น : นำเถาบรเพ็ตมา 100กรัม ต้มกับน้ำล้างข้าวเหนียวดำ

1 ลิตรต้มจนน้ำแห้ง แล้วนำไปตากแดดหรืออบให้แห้ง บดให้เป็นผงละลายกับน้ำผึ้งแท้

ปั้นเป็นลูกกลอน ไว้รับประทานแก้ปวดได้อย่างดีมาก.

48. ยาแก้ปวดท้อง ปวดท้องเสียท้องอืดเฟ้อ : ให้เอาช้อนโต๊ะช้อนกินข้าวแทงไปที่ต้นกล้วย

ทิ้งไว้สัก 1-2 ชั่วโมง ก็จะได้น้ำจากในต้นกล้วยออกมา แล้วเอามาดื่มแก้ปวดท้องได้อย่างดี.

49. การกำจัดสารพิษออกจากร่างกายแบบง่ายและดีที่สุดคือ, ช่วงเช้ามืดตื่นขึ้นมาใหม่ๆ

ให้ดื่มน้ำสัก ครึ่งลิตร ผสมกับน้ำมะนาวครึ่งผลเล็กดื่ม แล้วออกกำลังกายพอเหงื่อซึมๆ จะทำให้ร่างกายสดชื่นได้ดีมากๆ ...











วันอังคารที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2551

วิตามินเพื่อสุขภาพ เพื่อชีวีแข็งแรงอย่างยืนยาวด้วยสารอาหารจากผักพื้นบ้าน

*มากินผักพื้นบ้าน เพื่อร่างกายแข็งแรงอย่างยาวนาน *
สารอาหารที่ให้พลังแก่ชีวิต ร่างกายต้องได้รับอย่างเพียงพอ
(1)วิตามินA(เรตินอล):จำเป็นต่อการเจริญเติบโตที่เป็นปกติของเด็ก จำเป็นต่อการมี
สายตาที่ดี และสุขภาพที่ดีของผิวหนัง ตา และผม โดยทั่วไปจำต่อสุขภาพ
ของโครงสร้างของเยื่อบุผิวหนัง
(2)วิตามินB1(ไธอะมิน):จำเป็นต่อการทำงานของหัวใจ ระบบประสาท กล้ามเนื้อ
และการเจริญเติบโต ร่างกายต้องการเพื่อให้ได้พลังงานจากอาหาร
(3)วิตามินB2(ไรโบฟลาวิน):จำเป็นต่อสุขภาพที่ดีของผิวหนัง สัมพันธ์กับ
ความของตาที่มีต่อแสง จำเป็นต่อการสร้างและการคงสภาพเนื้อเยื่อของร่างกาย
(4)วิตามินB3(ไนอะซิน):จำเป็นต่อการเปลี่ยนแปงอาหารเป็นพลังงาน
ช่วยการทำงานของระบบประสาท ช่วยเจริญอาหาร และสุขภาพที่ดีของผิวหนัง
(5)วิตามินB5(กรดแพนโธทีนิค):ร่างกายต้องการเพื่อสุขภาพที่ดีของผิวหนังและผม
จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อทุกส่วน
(6)วิตามินB6(ไพริด๊อกซิน,ไพริด๊อกซามีน,ไพริด๊อกซอล):จำต่อสุขภาพที่ดี
ของเหงือกและฟัน หลอดเลือด เม็ดเลือดแดง และระบบประสาท จำเป็นต่อการ
เปลี่ยนแปลงอาหารเป็นพลังงาน
(7)วิตามินB12(ไซยาโนโคบาลามิน):จำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือด ช่วยการทำงาน
ของระบบประสาท และการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ในเด็ก
(8)กรดโฟลิค :ทำงานร่วมกับวิตามินบีสิบสอง จำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือด
และสภาพที่สมบูรณ์ของระบบย่อยอาหาร
(9)โคลีน :จำเป็นต่อการทำงานของตับ โดยเฉพาะการเผาผลาญไขมัน
(10)อิ นอซิทอล: ทำงานร่วมกับโคลีน จำเป็นต่อการทำงานของตับ
และการเผาผลาญไขมัน
(11)ไบโอติน: จำเป็นต่อความสมบูรณ์ของผิวหนัง เยื่อบุผิว เม็ดเลือดแดง
และระบบหลอดเลือดของหัวใจ
(12)วิตามิน C(กรดแอสคอบิค):จำเป็นต่อสุขภาพที่ดีของเหงือก ฟัน และกระดูก
ช่วยให้เซลต่างๆ ของร่างกายและหลอดเลือด แข็งแรง ช่วยสร้างคอลาเจนเป็นกาว
ที่ยึดเซลล์ เพิ่มความต้านทานโรค ไม่เกิดอาการแพ้ต่างๆ ทำให้ผิวสวยแผลหายเร็ว
ป้องกันรักษา ช่วยสกัดเซลล์มะเร็ง
(13)วิตามิน D2(แคลซิเฟอรอล):จำเป็นต่อกระดูก ฟันทีแข็งแรง ช่วยให้มีการ
นำแคลเซี่ยม นำฟอสฟอรัสมาสร้างกระดูก และฟันที่มีสุขภาพดี
(14)วิตำมิน E(โทโคฟีรอลส์): เป็นสารยับยั้งปฏิกริยาอ๊อกซิเดชั่น ของไขมันชนิดไม่
อิ่มตัวในเนื้อเยื่อไขมัน จำเป็นต่อความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดแดง ให้การปกป้องสาร
อาหารอื่นๆ เช่นปกป้องวิตามินเอเพื่อให้ร่างกาย นำไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่
ช่วยชลอความชรา ช่วยการจับตัวของรกกับผนังมดลูกให้กล้ามเนื้อแข็งแรง พิ่มการ
การไหลเวียนของเลือด ป้องกันหลอดเลือดอุดตัน
สารเกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกาย
(1)ธาตุแมกนีเซี่ยม: ช่วยในการสร้างโปรตีน และรักษาสภาพการทำงานของกล้ามเนื้อ
(2)ธาตุสังกะสี: จำเป็นต่อการเจริญเติบโต และภาวะที่เจริญเต็มที่ของอวัยวะสืบพันธุ์
ช่วยรักษาสุขภาพที่ดีของผิวหนัง สำคัญต่อการทำงาน ของระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยในการ
รับรู้รส และการรับรู้กลิ่น
(3)ธาตุไอโอดีน: สำคัญต่อการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย เป็นส่วนประกอบของ
ฮอร์โมนไธร๊อกซีน ซึ่งเป็นตัวหลักในการควบคุมพลังงานที่ได้จากการเผาผลาญ
(4)ธาตุเหล็ก: จำเป็นต่อการรักษาสภาพที่ดีของเลือด เป็นส่วนหนึ่งของสีแดงที่อยู่
ในเม็ดเลือด ที่มีหน้าที่นำพาอ๊อกซิเจน จากปอดไปยังทุกส่วนของร่างกาย และนำพา
คาร์บอนไดอ๊อกไซด์ที่เป็น ของเสียกลับสู่ปอดเพื่อขับออกจากร่างกาย ป้องกันโลหิตจาง
(5)ธาตุโปแตสเซี่ยม: เป็นเกลือแร่สำคัญในระบบประสาทและระบบกล้ามเนื้อ
นอกจากนี้ยังช่วยรักษา สมดุลย์กรด-ด่างของ ของเหลวในร่างกาย
(6)ธาตุโมลิบดินัม: ช่วยในการเผาผาญไขมัน คาร์โบไฮเดรต เป็นส่วนสำคัญของ
เอนไซม์ที่มีหน้าที่ใน การนำธาตุเหล็กมาใช้ประโยชน์ ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง
และส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดี
(7)ธาตุแมงกานีส: ช่วยขจัดความเมื่อยล้า ช่วยการทำงานของกล้ามเนื้อ
ทำให้ความจำดีขึ้น และลดอาการไวของประสาทที่มีต่อสิ่งเร้า(ลดอาการความโกรธง่าย)
(8)ธาตุทองแดง: เป็นแร่ธาตุจำเป็นในส่วนต่างๆของร่างกาย และมีความสำคัญ
ในการช่วยสังเคราะห์ ฮีโมโกลบิน ร่วมกับธาตุเหล็ก
(9)ธาตุฟอสฟอรัส: เป็นสารจำเป็นในเลือด และอวัยวะต่างๆ
ของร่างกายช่วยรักษาสมดุลย์ ของอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย
(10)ธาตุแคลเซี่ยม: เป็นสารจำเป็นต่อโครงสร้างกระดูกและฟัน ถ้าขาด
จะทำให้เป็นโรคกระดูกพรุน ช่วยให้หัวใจเต้นสม่ำเสมอ ทำให้ฟันแข็งแรง
(แคลเซี่ยมที่ดี มีมากในใบยอ และในมะพร้าวอ่อน ในงาดำมีมากที่สุด)
(11)เซซามอล: ชลอความชรา , ป้องกันการเกิดมะเร็ง
********* ผักพื้นบ้านมีสารอาหารธรรมชาติสูงมาก ************
1.กลุ่มผักพื้นบ้านที่มีแคลอรี่ต่ำ:

( ถ้ารับประทาน 100กรัม ร่างกายได้รับแคลอรี่ตามตัวเลขข้างล่าง)
-สายบัว รับประทาน100กรัมจะได้แคลอรี่ (6กรัม)
-ผำ รับประทาน100กรัมจะได้แคลอรี่ (7 กรัม)
-คูน รับประทาน 100กรัมจะได้แคลอรี่ (9กรัม)
-พริกหนุ่ม รับประทาน100กรัมจะได้แคลอรี่ (11กรัม)
-ตะลิงปลิง รับประทาน100กรัมจะได้แคลอรี่ (11กรัม)
(ตัวเลขในวงเล็บเป็นจำนวนกรัมของแคลอรี่) ขิงอ่อน (11) บวบหอม(12) ขาเขียด(13)
บวบงู (14) ผักขี้หูด(15) ยอดอ่อนฟักทอง(16) มะระขี้นกผลเล็ก(16) บวบเหลี่ยม(17)
ยอดอ่อนผักหนามผ(18) ใบผักแว่น(18) ถั่วพู(19) ผักปลัง(20) ผักกูดเขียว(22)
ขิงแก่(22) ขมิ้นขาว(22) หัวปลี หรือปลีกล้วย(25) แขยง(26) หน่อไผ่ตง(29)
หน่อไผ่ป่า(29) แมงลัก(30) ***


2.กลุ่มผักพื้นบ้านที่มีโปรตีนสูง:

(ถ้ารับประทาน100กรัมจะได้โปรตีนตามตัวเลขในวงเล็บ)
-ยอดชะอม รับประทาน100กรัมได้ (โปรตีน9.5กรัม)
-เมล็ดชะเนียงหรือลูกเนียง รับประทาน100กรัมได้ (โปรตีน8.8กรัม)
-ยอดกระถิน รับประทาน100กรัมได้ (โปรตีน8.4กรัม)
ยอดแค (โปรตีน8กรัม) ใบขี้เหล็ก (โปรตีน7.7กรัม) กระเฉด (โปรตีน6.4กรัม)
ยอดมะระ (โปรตีน5.8กรัม) ใบย่านาง (โปรตีน5.6กรัม) ใบชะพลู (โปรตีน5.4กรัม)


3. กลุ่มผักพื้นบ้านที่มีธาตุเหล็กสูง:
รับประทาน100กรัมจะ(ได้ธาตุเหล็กตามตัวเลขในวงเล็บ)
-ใบผักแว่น(ธาตุเหล็ก25.2มิลลิกรัม).......... -ใบแมงลัก(17.2มิลลิกรัม)-

ยอดมะกอก(9.9มก.) .....-ยอดกระถิน (9.2มก.) ..-ดอกโสน (8.2มก.)-
ใบชะพลู(7.6มก.)....... -มะเขือพวง (7.1มก).... -ใบขี้เหล็ก (5.8มก.)
-ผักกระเฉด (มีธาตุเหล็ก 5.3มก.)

4. กลุ่มผักพื้นบ้านที่มี ไฟเบอร์สูง

ส่วนที่รับประทานได้ 100กรัมจะได้รับไฟเบอร์ดังนี้

ใบแมงลัก รับประทาน100กรัม จะได้ไฟเบอร์ 8.2กรัม

ใบย่านางรับประทาน 100กรัม จะได้ไฟเบอร์ 7.9กรัม

มะขามฝักอ่อน 6.3กรัม....มะเขือพวง 6.1กรัม....พริกไทยอ่อน 6.1กรัม

ยอดชะอม 5.7กรัม....พริกขี้หนูเม็ดเล็ก 5.2กรัม....ผักกุ่มดอง 4.9กรัม

ใบชะพลู 4.6กรัม....ดอกขี้เหล็ก 4.3กรัม....ใบทองหลาง 4.1กรัม

ใบยอ 4.0กรัม.....ใบโสน 3.9กรัม......ยอดกระถิน 3.8กรัม

ใบขี้เหล็ก 3.7กรัม....ผลมะอึก 3.6กรัม

(ที่มา: งานวิจัยกองโภชนาการ,2524 กระทรวงสาธารณะสุข)

5. กลุ่มผักพื้นบ้านที่มีวิตามิน Aสูง

วิตามิน A,มีหน่วยเป็น iu ส่วนที่รับประทานได้ 100กรัมจะได้รับวิตามินA

ใบย่านาง 30,625 iu.....มะระยอดอ่อน 14,167iu....ผักแว่น 12,166 iu

ใบแมงลัก 10,666 iu.......ยอดชะอม 10,066 iu....ยอดผักเม็ก 9,667iu..

ยอดผักปลัง 9,316 iu.......ใบชะพลู 8,824 iu.....ใบตำลึง 8,608 iu ....

ใบผักหวานบ้าน 8,500 iu.....ดอกขี้เหล็ก 8,221 iu....ยอดกระถิน 7,883 iu

ใบขี้เหล็ก 7,625 iu ..........ยอดติ้ว 7,500 iu.........ใบชะมวง 7,333 iu..

ผักกูดเขียว 1,167 iu....ยอดผักหนาม 6,383 iu....ยอดสะเดา 6,375 iu....

ผักบุ้ง 6,326 iu........พริกไทยอ่อน 6,209 iu.......ผักกุ่มดอง 6,083 iu...

(ที่มา: งานวิจัยกองโภชนาการ,2524 กระทรวงสาธารณะสุข )

6. กลุ่มผักพื้นบ้านที่มีวิตามิน B1 สูง

ส่วนที่รับประทานได้ 100กรัม จะได้รับวิตามิน B1 เป็นมิลลิกรัม (มก.)

มะขามยอดอ่อน 1.18มก. .มะระยอดอ่อน 1.00 มก..มะกอกยอดอ่อน 0.96 มก..

ใบผักชีลาว 0.94 มก...ยอดผักหนาม 0.92 มก....พริกหนุ่ม 0.36 มก....

ผักกูดยอดอ่อน 0.34 มก..................ใบยอ 0.30 มก..................

7. กลุ่มผักพื้นบ้านที่มีวิตามิน B2สูง

ส่วนที่รับประทานได้ 100กรัมจะได้รับวิตามิน B2เป็นมิลลิกรัม (มก.)

ดอกขี้เหล็ก 3.26 มก.....ยอดอ่อนผักหวานบ้าน 1.65 มก...ยอดอ่อนกระโดน 0.88มก.

ใบขี้เหล็ก 0.69 มก.....ยอดติ้ว 0.67 มก.....ยอดผักเม็ก 0.60 มก........

ดอกโสน 0.40 มก.......ใบย่านาง 0.36 มก......ใบแมงลัก 0.35 มก.....

มะขามฝักอ่อน 0.34 มก..ยอดแค 0.33 มก..ยอดจิก 0.32 มก. กระชาย 0.30 มก.

(ที่มา: งานวิจัยกองโภชนาการ,2524. กระทรวงสาธารณะสุข)

8.กลุ่มผักพื้นบ้านที่มี วิตามิน B3สูง(Niacin ไนอะซีน)

ส่วนที่รับประทานได้ 100กรัมจะได้รับวิตามิน B3เป็นมิลลิกรัม (มก.)

ใบชะพลู 16.20 มก.....ยอดชะอม 8.50 มก........ผลมะแว้งเครือ 8.40 มก...

ใบยอ 7.20 มก..........ยอดกระถิน 5.40 มก..............ผลมะอึก 4.90 มก....

ใบทองหลาง 4.70 มก.....ใบตำลึง 3.80 มก....ยอดผักหวานบ้าน 3.60 มก...

กระชาย 3.50 มก..ยอดสะเดา 3.50 มก...ใบผักแว่น 3.40 มก.ยอดผักบุ้ง 3.20 มก.

9.กลุ่มผักพื้นบ้านที่มีวิตามิน C สูง

ส่วนที่รับประทานได้ 100กรัม จะได้รับวิตามินซีเป็นมิลลิกรัม (มก.)

พริกชี้ฟ้าเขียว 204 มก.....ยอดสะเดา 194 มก...มะระขี้นกไทยผลเล็ก 190 มก...

พริกหนุ่ม 188 มก.....ยอดกระโดน 216 มก.....ฝักขี้หูด 125 มก......

พริกชี้ฟ้าแดง 168 มก.....ผลสมอไทย 116 มก......ยอดมะระ 110 มก...

( มะขามบ้อม 1ผล จะมีวิตามินซี มากว่าส้ม 10 ผล)

( ที่มา: งานวิจัยกองโภชนาการ, 2524.กระทรวงสาธารณะสุข )

88888888888888888888888888888888888888888

10. กลุ่มพืชผักพื้นบ้านที่มีวิตามินและมีธาตุอาหารสูงมีคุณค่าทางยา

คุณค่าทางอาหารของส่วนที่รับประทานได้ (ต่อ 100กรัม)

(1) ผลกระกระเจ๊ยบเขียว:รับประทาน 100กรัมจะได้รับแคลเซี่ยม 72.7 มก.

รับประทาน 100กรัม จะได้รับธาตุเหล็ก 0.8มก.**วิตามินA789 iuยูนิต

**วิตามินบี1, 0.05มก.**วิตามินบี2, 0.05มก.**วิตามินซี 39.7มก.**

ผลอ่อนเป็นยาหล่อลื่น ใช้ในโรคหนองในได้

ใบกระเจี๊ยบเขียว: รับประทาน 100กรัมจะได้รับแคลเซี่ยม 209.3 มก.

**ธาตุเหล็ก 6.4มก.**วิตามินบี2, 0.34มก.

ใบกระเจี๊ยบเขียวใช้เป็นยากัดเสมหะ แก้ไอได้ดีมาก

(2).กระชาย: รับประทาน 100กรัมจะได้รับแคลเซี่ยม 31.7มก.

**ธาตุเหล็ก 1.8มก.**วิตามินบี1, 0.05มก.**วิตามินบี2, 0.10มก.**

วิตามินซี 4.1มก.**เหง้าใช้เป็นยาแก้ปวดมวน, แก้บิด,แก้ท้องอืด,ใจสั่น

(3).กะทือ: รับประทาน 100กรัมจะได้รับ แคลเซี่ยม 15.6มก.**

**ธาตุเหล็ก 0.4มก.**วิตามินบี1,0.01มก.**วิตามินบี2, 0.05มก.**

วิตามินซี 1.2มก.**หัวใช้เป็นยาขับลมแก้ปวดท้อง ,บำรุงน้ำนม

(4).ต้นกระเทียม: รับประทาน 100กรัมจะได้รับแคลเซี่ยม 98.0มก.

**ธาตเหล็ก 1.7มก.**วิตามินเอ 6744 iu(ยูนิต)**วิตามินบี1, 0.03มก.**

**วิตามินบี2, 0.10มก.**วิตามินซี 29.1มก.**

ใบ :ใช้เป็นยาทำให้เสมหะแห้ง, แก้จุกเสียดแน่นท้อง

ต่อ: หัวแห้งกระเทียม : รับประทาน100กรัมจะได้รับแคลเซี่ยม 27.3มก.

**ธาตุเหล็ก 1.6มก.**วิตามินบี1,0.17มก.**วิตามินบี2, 0.02มก.**

วิตามินซี 11.3มก.*หัวใช้เป็นยาช่วยย่อยอาหาร ขับเสมหะ,

แก้กลากเกลื้อน, ช่วยขับลมในกระเพาะ และแก้จุกเสียดแน่นท้อง

(5).กะเพรา: รับประทาน 100กรัมจะได้รับแคลเซี่ยม 310มก.**

**ธาตุเหล็ก 2.2มก.*ใบและทั้งต้นใช้เป็นยาขับลม, แก้ท้องอืด,ท้องเฟ้อ,

(6).ข่า: รับประทาน 100กรัมจะได้รับธาตุเหล็ก 14.7มก.**

**ธาตุเหล็ก 1.3มก.**วิตามินบี1, 0.02มก.**วิตามินบี2,0.02มก.**

วิตามินซี 2.9มก.*เหง้าใช้เป็นยาขับลม, แก้ฟกบวม

(7).ขิง: รับประทาน 100กรัมจะได้รับแคลเซี่ยม 21.0มก.**

**ธาตุเหล็ก 0.5มก.**วิตามินบี1, 0.02มก.**วิตามินบี2,0.02มก.

เหง้าสดใช้เป็นยาแก้ลม,แก้จุกเสียด,เจริญอาหารได้ดี

เหง้าแห้งใช้เป็นยาแก้ลมจุกเสียด,แก้เสมหะ, บำรุงธาตุได้ดีมาก

(8).ขมิ้นชัน: รับประทาน 100กรัมจะได้รับแคลเซี่ยม 18.5มก.

**ธาตุเหล็ก 0.9มก.**วิตามินบี1, 0.02มก.**วิตามินบี2, 0.03มก.**

หัวขมิ้นชันใช้เป็นยาแก้ไอ,ขับลม,ใช้ภายนอกรักษาโรคผิวหนัง

(9).ใบขี้เหล็ก: รับประทาน 100กรัมจะได้รับแคลเซี่ยม 100.8มก.

**ธาตเหล็ก 0.3มก.**วิตามินบี2, 0.85มก.**วิตามินซี 74.0มก.**

ใบขี้เหล็กใช้เป็นยาแก้ระดูขาว,ใช้เป็นยาระบายได้ดี

ต่อ; ดอกขี้เหล็ก; รับประทาน 100กรัมจะได้รับแคลเซี่ยม 24.1มก.**

**ธาตุเหล็ก 1.6มก. **วิตามินบี2, 0.54มก.*วิตามินซี 397.8มก.(สูง)

(10).คึ้นฉ้าย: รับประทาน 100กรัมจะได้รับแคลเซี่ยม 234.2มก.

**ธาตุเหล็ก 3.3มก.**วิตามินเอ 4026 iu(ยูนิต)**วิตามินบี1,0.25มก.**

**วิตามินบี2, 0.17มก.**วิตามินซี 99.6มก.**

ทั้งต้นใช้เป็นยาขับลม, ขับปัสสาวะ,ขับระดู,ลดความดันโลหิต,เจริญอาหาร

(11).ดอกแค; รับประทาน 100กรับจะได้รับแคลเซี่ยม 14.8มก.**

**ธาตุเหล็ก 1.7มก.**วิตามินบี1, 0.10มก.**วิตามินบี2, 0.12มก.**

วิตามินซี 34.7มก.*เปลือกที่ต้นใช้เป็นยาแก้ท้องเดินได้ดี**

(12).ใบยอดชะอม: รับประทาน 100กรัมจะได้รับแคลเซี่ยม 46.7มก.

**ธาตุเหล็ก 2.7มก.**วิตามินเอ 3344 iu(ยูนิต)**วิตามินบี1, 0.35มก.

**วิตามินบี2, 0.36มก.**วิตามินซี 84.4มก.****

รากใช้เป็นยาแก้ท้องขึ้นท้องเฟ้อ, แก้ขับลมในท้องได้ดา

(13).ตะไคร้: รับประทาน 100กรัมจะได้รับแคลเซี่ยม 44.6มก.**

**ธาตุเหล็ก 3.6มก.**วิตามินเอ 27 iu.**วิตามินบี1,0.05มก.**

**วิตามินบี2 0.02มก.*ต้นตะไคร้ดับกลิ่นคาวได้ดี

ต้นตะไคร้ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ, บำรุงธาตุ, ยาเจริญอาหารได้ดี**

(14).ผลดิบตำลึง: รับประทาน 100กรัมจะได้รับแคลเซี่ยม 18.1มก**

**ธาตุเหล็ก 1.1มก.**วิตามินเอ 685 iu.**วิตามินบี1, 0.06มก.**

วิตามินบี2, 0.06มก.**วิตามินซี 9.1มก.*ใบใช้เป็นยาดับพิษร้อน

ใบตำลึงตำคั้นเอาน้ำทำเป็นยาแก้โรคตาได้ดี, ทำให้ตาใสขึ้น

ต่อ: ใบยอดอ่อนตำลึง: รับประทาน 100กรัมจะได้รับแคลเซี่ยม 58.7มก.*

**ธาตุเหล็ก 3.0มก.**วิตามินเอ 4563 iu.**วิตามินบี1, 0.17มก.**

วิตามินบี2, 0.13มก.**วิตามินซี 31.0มก.**

เถาของตำลึงใช้เป็นยาถอนพิษได้ดีมาก(ใช้ภายนอก)

(15).ฝักถั่วพู: รับประทานได้ 100กรัม จะได้รับแคลเซี่ยม 32.9มก.**

**ธาตุเหล็ก 3.7มก.**วิตามินบี1, 0.35มก.**วิตามินบี2, 0.14มก.**

ฝักและ เมล็ดถั่วพู ใช้เป็นยาบำรุงกำลัง, แก้ไข้ร้อนใน

หัวของถั่วพูใช้เป็นยาชูลัง กินแล้วมีแรง มีกำลังดีมาก


88888888888888888888888888888888888888
ใบย่านางพืชเพื่อสุขภาพโดยแท้
ใบย่านาง 100กรัมหรือ1ขีดให้คุณค่าทางโภชนาการ ดังนี้
วิตามินเอ 30,625 IU .....เส้นใย 7.9 กรัม ..... แคลเซี่ยม 155 มิลลิกรัม
ฟอสฟอรัส 11 มิลลิกรัม...เหล็ก 7.0 มิลลิกรัม... พลังงาน 95 กิโลแคลอรี่
วิตามินบีหนึ่ง 0.03 มิลลิกรัม................... วิตามินบีสอง 0.36 มิลลิกรัม
ไนอาซิน(B3) 1.40 มิลลิกรัม.......................... วิตามินซี 141 มิลลิกรัม
โปรตีน 15.5 เปอร์เซ็น.ฟอสฟอรัส 0.24 เปอร์เซ็น.โพแทสเซี่ยม 1.29 เปอร์เซ็น
อาการ หรือโรคที่เกิดจาภาวะไม่สมดุลแบบร้อนเกิน
สามารถใช้น้ำใบย่านางดื่มเพื่อปรับสมดุล บำบัดและบรรเทาได้
1.ตาแดง ตาแห้ง แสบตา ปวดตา ตามัว ขี้ตาข้น เหนียวตาไม่ค่อยมีขี้ตา
2.มีสิวฝ้า มีตุ่มแผล ออกร้อนในช่องปาก เหงือกอักเสบ
3.นอนกรน ปากคอแห้ง ริมฝีปากแห้งแตกเป็นขุย ผมหงอกก่อนวัย
4.รูขุมขนขยายโดยเฉพาะบริเวณหน้าอก คอ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
5. ไข้ขึ้น ปวดหัว ตัวร้อน ครั่นเนื้อครั่นตัว
6 มีเส้นเลือดขอดตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย
เส้นเลือดฝอยแตกใต้ผิวหนัง มีรอยจ้ำเขียวคล้ำ
7. ปวดบวมแดง ร้อนตามร่างกายหรือตามข้อ
9. กล้ามเนื้อแกร็งค้าง กดเจ็บ เป็นตะคริวบ่อยๆ
10.ผิวหนังผิดปกติคล้ายรอยไหม้ เกิดฝีหนอง น้ำเหลืองเสีย
11. ตกกระสีน้ำตาลหรือสีดำตามร่างกาย
12.ท้องผูก อุจจาระแข็งหรือเป็นก้อนคล้ายขี้แพะ มีท้องเสียแทรก
13.ปัสสาวะมีปริมาณน้อย สีเข้มมีปัสสวะบ่อย แสบขัด ถ้าเป็นมากๆ
จะเป็นสีน้ำล้างเนื้อ หรือมีเลือดปนออกมากับปัสสวะ มักลุกปัสสาวะ
ช่วงเที่ยงคืนถึงตี 2(คนที่ร่างกายปกติ สมดุลดี จะไม่ตื่นปัสสาวะกลางดึก
14.ออกร้อนท้อง แสบท้อง ปวดท้อง บางครั้งมีอาการท้องอืดร่วมด้วย
15. มีผื่นที่ผิวหนังแดงคัน มีตุ่มใสคัน เป็นเริม งูสวัด
16.หายใจร้อน เสมหะเหนียวข้น ขาวขุ่น สีเหลืองหรือสีเขียว
17.โดยสารยานยนต์ มักอ่อนเพลียและหลับขณะเดินทาง
18.เป็นเลือดกำเดาออกบ่อย ชอบง่วงนอนหลังกินข้าวอิ่มใหม่ๆ
19. อาการยกแขนขึ้นไม่สุด ไหล่ติด
20.เล็บมือ เล็บเท้า ขวางสั้น ผุ ฉีก ง่าย มีสีน้ำตาล
หรือสีดำคล้ำ อักเสบบวมแดงที่โคนเล็บ
21.หน้ามืด เป็นลม วิงเวียน บ้านหมุน คลื่นใส้ อาเจียนมักแสดงอาการ
เมื่ออยู่ในที่อับ หรืออากาศร้อน ทำงานเกินกำลัง เปลี่ยนอิริยาบบถเร็วเกิน
22. เจ็บเหมือนมีเข็มแทงหรือรู้สึกเหมือนมีไฟฟ้าช็อต
มีอาการรู้สึกเหมือนไฟเผาตามร่างกายทั้งที่ไม่โดนไฟ
23.อ่อนล้า อ่อนเพลีย แม้นอนพักก็ไม่หาย รู้สึกร้อนแต่เหงื่อไม่ออก
24.เจ็บปลายลิ้น แสดงว่าหัวใจร้อนมาก ถ้าเป็นมากจะเจ็บ
แปล้บที่หน้าอก และร้าวไปที่แขน
25.เจ็บคอ เสียงแหบ คอแห้ง หิวมาก หิวบ่อย หูอื้อ ตาลาย ลมออกหู หูตึง
26.ส้นเท้าแตก ส้นเท้าอักเสบ เจ็บส้นเท้า ช้ำ ออกร้อนเหมือนไฟช็อต
27. อาการเกร็ง อาการชัก กล้ามเนื้กระตุก กระตุก
28.โรคที่เกิดจากภาวะไม่สมดุลแบบร้อนเกิน ได้แก่โรคหัวใจ เป็นหวัดร้อน
ไซนัสอักเสบ หลอดลมอักเสบ กล่องเสียงอักเสบ ตับอักเสบ
กระเพาะอาหารลำใส้อักเสบ ไทรอยด์เป็นพิษ ริดสีดวงทวาร มดลูกโต
ตกขาว ตกเลือด ปวดมดลูก หอบหืดไตอักเสบไตวาย นิ่วในไต
นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ นิ่งถุงน้ำดี กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ไส้เลื่อน
ต่อมลูกหมากโต โรคเกาต์ ความดันโลหิตสูง เบาหวานเนื้องอก มะเร็ง
พิษของแมลงสัตว์กัดต่อย สามารถใช้ใบย่านางในการเพิ่มคลอโรฟิล
(คลอโรฟิลเป็นสารสีในพืชมีประโยชน์สูงมากๆ) คุ้มครองเซล
ฟื้นฟูเซลปรับสมดุล บำบัดหรือบรรเทาอาการที่เกิดจากภาวะไม่สมดุล
แบบร้อนเกินใช้ใบย่านางแก้อาการได้ แบบได้ผลจริงๆ

***by. สุด เมืองสีนุ่น mrgoodmind@gmail.com ***





วันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

*มาช่วยกันทำเมืองไทยให้ร่มเย็น ทั้งธรรมชาติและสังคม *
+ ตื่นเถิดชาวไทย อย่ามัวหลับไหล ลุ่มหลง
+ ตื่นเถิดชาวไทย อย่าไปเป็นด้ามจอบด้ามขวานให้ใคร
+ ตื่นเถิดชาวไทย อย่าไหลตามกระแสทุนนิยมใหม่
+ ตื่นเถิดชาวไทย โปรดใช้หลักคิดตามแนวเหตุผล
+ ตื่นเถิดชาวไทย เป็นคนรู้ทันกันเถิด
+ ตื่นเถิดชาวไทย มาเป็นคนนักพัฒนากันเถิด
อย่าให้เขาว่า คนไทยเป็นคนทันสมัยแต่ไม่พัฒนา

+ มีการกล่าวกันว่า: คนไทยเป็นคนทันสมัยแต่ไม่พัฒนา
อยากได้ อยากมี อยากใช้ แต่ไม่อยากผลิต

* ข้อคิดคำคม อบรมชีวิต *
+ วันเวลาผ่านไปต้องทำให้ได้ผลผลิต เกิดมาทั้งทีต้องเอาดีให้ได้
+ ปลาเป็นว่ายทวนกระแสน้ำได้ ส่วนปลาตายลอยตุบป่องล่องตามกระแส
+ ถึงจนทนสู้กัดก้อนกินเกลือ อย่าไปแล่เนื้อเถือพวกพ้อง
อดอยากเยี่ยงอย่างเสือสงวนศักดิ์ อดโซก็เสาะใส่ท้องจับเนื้อกินเอง...
+ ความจนไม่ได้เป็นกรรมพันธ์ ตัวคุณเท่านั้นที่จะลิขิตชีวิตคุณ
+ มีความศรัทธาอย่างแรงกล้า มีความทุ่มเททั้งชีวิตตั้งใจจริง
แล้วสิ่งที่หวังก็จะเป็นจริงขึ้นมา
+ โง่แต่ขยัน นั้นอันตรายมีแต่ความเสียหาย
+ ฉลาดแต่เกียจคร้าน มีแต่ล้างผลาญชีวิต
+ ฉลาดและมีสติปัญญา จะมีแต่ความก้าวหน้า
+ ถ้าเปลี่ยนความคิดชีวิตก็จะเปลี่ยน
+ ทำบาปแลกบุญจะขาดทุนเรื่อยไป
+ เมื่อน้อยให้เรียนวิชา ให้หาสินทรัพย์เมื่อใหญ่ ทีมีภัยพึงหลีกปลีกตนไปด่วน
+ จงทำตนให้เป็นที่พึ่งของตน
+ นอนนานงานน้อย จ่ายบ่อยเงินหมด เงินมีหน้าสด เงินหมดหน้าแห้ง
+ จงใช้ชีวิตอย่าให้เป็นภาระของผู้อื่น การสร้างภาระให้กับผู้อื่นเป็นเรื่องน่าเศร้า
+ ถ้าได้ลงมือทำ มันก็ทำได้ ที่ทำไม่ได้ก็เพราะไม่ลงมือทำ
+ งานคือเงิน เงินคืองานบรรดาลสุข คนเป็นทุกข์ชอบแต่สนุกไม่ค่อยทำงาน
+ คิดก่อนทำ ทำแล้วพูด พูดหลังคิด คิดก่อนพูด พูดแล้วต้องทำ

วันอังคารที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

RORMYEN ศูนย์มิตรภาพ และน้ำใจไมตรี

8 บทความ By สุด เมืองสีนุ่น : mrgoodmind@gmail.com 7
8 ข้อคิดคำคม อบรมชีวิต 7

8วัฏจักรแห่งชีวิต7
คนกินสัตว์สัตว์กินพืช..ยืดชีวิต
พืชมีสิทธิ์กินดิน...........สิ้นสงสัย
ความหมุนเวียนเปลี่ยนมา..น่ากินใจ
ว่าทำไมพื้นดิน............กลับกินคน
88 ความสำคัญของเวลา 77
เวลาและวารี......ไม่ยินดี จะคอยใคร
เรือเมล์และรถไฟ.........ยังต้อง ไปตามเวลา
โอ้เอ้และอืดอาด....มักต้องพลาดสิ่ง ปรารถนา
พลาดแล้วจะโสกา................ อนิจจา เราช้าไป
88 ความสำคัญของการงาน 77
การงานนั้นต้องทำ....ด้วยสติ
มีสมาธิขันติ................... มีอุส่าห์
มีสัจจะมีทมะ..................... มีปัญญา
มีศัทธาและกล้าหาญ........ รักงานจริง
88 สมบัติที่แท้จริง 77
ความดีมีศีลสัตย์คือ........สมบัติแท้
ถึงตัวแก่กายดับ..........................ไม่ลับหาย
จะสถิตติดแน่น.........................แทนร่างกาย
ชนทั้งหลายสรรเสริญ.....................เจริญพร
88 สิ่งที่รู้จักยากจริงๆ 77
สิ่งที่รู้จักยากที่สุด....... กว่าสิ่งใด
ไม่มีสิ่งไหน ไหน................ได้ยากเท่า
สิ่งนั้นคือตัวเอง................หรือตัวเรา
ที่คนเขลาหลงว่ากู.................รู้จักดี
8 หน้าที่ชาวบ้าน และหน้าที่ชาววัด 7
ชาวบ้านทำงาน......... เพื่อกามเกียรติ
จึงเกิดความตึงเครียด........... จนสั่นเสียว
ส่วนชาววัดมุ่งขจัด................ไปท่าเดียว
มิให้เกี่ยวเกียรติกาม............ มุ่งงามธรรม
ขอให้ชาวบ้าน.......................เป็นชาวบ้าน
ผสมผสานเกียรติกาม................ ตามวิสัย
ให้ชาววัดเป็นชาววัด...................ขจัดไกล
เพื่อพ้นภัยเกียรติกาม..............งามนักเอย
888888888888888888888888888

8 เบญจศีล เบญจธรรม คือศีลห้า 7

เมื่อท่านมีเมตตาท่านก็จะไม่ฆ่าสัตว์............ ศีลข้อ1ห้ามฆ่าสัตว์

เมื่อท่านมีสัมมาอาชีพท่านก็จะไม่ลักทรัพย์............... ศีลข้อ2ห้ามลักทรัพย์

เมื่อท่านมีสำรวมในกามท่านก็จะไม่ประพฤกผิดในกาม ศีลข้อ3ห้ามประพฤกผิดในกาม

เมื่อท่านมีสัจจะท่านก็จะไม่พูดปด............................... ศีลข้อ4ห้ามพูดปด

เมื่อท่านมีสติท่านก็จะไม่เสพสุราของเมา .............ศีลข้อ5ห้ามเสพสุราของเมา

88888888888888888888888888

8 บุญคือความสะบายใจ คือการให้ 7

บุญเดิมเสริมส่งให้...... ได้ดี

บุญยิ่งทำยิ่งทวี............เพริศพริ้ง

บุญยิ่งมากยิ่งมี...............ความสุข

บุญติดตามไม่ทิ้ง... เช่นเค้าเงาตน

8888888888888888888888

8 คิดพูดทำแต่สิ่งที่ดีๆ 7

ทำดี ดีจักคุ้ม.............. ครองตน

ทำชั่ว ชั่วจักดล .....................เดือดร้อน

หว่านพืชก็ได้ผล .............ดังหว่าน ไว้นา

บุญบาปธรรมดาย้อน....ตอบโต้ตามสนอง

88888888888888888888888888888888

8 ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด 7

วันพรุ่งนี้อยู่ไกลยังไม่เกิด ช่างมันเถิดอย่าร้อน ...ไปก่อนไข้

วันวานนี้ตายแล้วให้แล้วไป อย่าเอาใจไปข้อง ...........ทั้งสองวัน

ถ้าวันนี้สดชื่นระรื่นจิต อย่าไปคิดหน้าหลัง................. มาคลั่งฝัน

สิ่งที่แล้ว แล้วไปให้แล้วกัน สิ่งที่ฝันยังไม่มา................ อย่าอาว

8888888888888888888888888888888888888888888888

By: สุด เมืองสีนุ่น mrgoodmind@gmail.com

คลังบทความของบล็อก

รวมสาระที่มีประโชน์

รูปภาพของฉัน
RORMYEN ร่มเย็น RORMYEN โดย สุดเมืองสีนุ่น เขียนขึ้นเพื่อเผยแพร่ ความคิดเห็นของผม บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ต้องขอขอบคุณเป็นอย่างสูง บริษัท กูเกิ้ลดอทคอม ที่ให้พื้นที่แสดงความคิดเห็น